ขนมสุนัข 5 ยี่ห้อยอดนิยม น้องหมาชอบ เจ้าของซื้อซ้ำ
ตารางเปรียบเทียบ
| อันดับ | ผลิตภัณฑ์ | ราคา | เหมาะกับ | |
|---|---|---|---|---|
| #1 | Pedigree Dentastix ขนมขัดฟันสุนัข | ฿349 | สาย ๆ ที่อยากดูแลฟันน้องหมาเป็นกิจวัตร โดยเฉพาะหมาพันธุ์กลางถึงใหญ่ที่ชอบเคี้ยว | ดูราคา |
| #2 | JerHigh Stick ขนมสุนัขแท่งนิ่ม | ฿230 | ใครที่กำลังฝึกน้องหมาหรืออยากได้ขนมให้รางวัลทุกวันในงบประหยัด เหมาะทุกพันธุ์ตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป | ดูราคา |
| #3 | Pedigree Schmackos ขนมสุนัขรสเนื้อรมควัน | ฿179 | ทาสหมาที่อยากได้ขนมเนื้อจริงไว้ให้รางวัล เหมาะกับน้องที่ชอบกลิ่นเนื้อหอม ๆ และเจ้าของที่ห่วงเรื่องไขมัน | ดูราคา |
| #4 | SmartHeart ขนมสุนัขสูตรบำรุงขน | ฿89 | ใครที่กังวลเรื่องขนร่วงหรืออยากให้น้องหมาขนสวยเงางาม และมองหาแบรนด์ไทยราคาเป็นมิตร | ดูราคา |
| #5 | DOG'n joy Dentcare ขนมขัดฟันสุนัข | ฿39 | สาย ๆ ที่อยากลองขนมขัดฟันในงบเบา ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อถุงใหญ่ เหมาะกับหมาพันธุ์เล็กถึงกลาง | ดูราคา |
* ราคาเป็นราคาโดยประมาณ อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดที่หน้าร้านค้าก่อนสั่งซื้อ
รายละเอียดแต่ละยี่ห้อ
JerHigh Stick ขนมสุนัขแท่งนิ่ม
Pedigree Schmackos ขนมสุนัขรสเนื้อรมควัน
SmartHeart ขนมสุนัขสูตรบำรุงขน
DOG'n joy Dentcare ขนมขัดฟันสุนัข
ใครเป็นทาสหมาคงรู้ดีว่าแค่เห็นน้องวิ่งมาส่ายหางตอนได้กลิ่นขนมก็หายเหนื่อยแล้ว แต่พอไปเดินเลือกซื้อจริง ๆ กลับงงไปหมดว่าควรหยิบตัวไหนดี เพราะขนมสุนัขในตลาดมีเป็นร้อยแบบ ทั้งแบบให้รางวัล แบบขัดฟัน แบบบำรุงขน วันนี้เลยรวม 5 ยี่ห้อยอดนิยมที่ทาสหมาไทยซื้อซ้ำบ่อย ๆ มาให้ดูกัน พร้อมบอกข้อดีข้อเสียตามจริง จะได้เลือกให้ตรงกับน้องที่บ้านเลย
เลือกขนมสุนัขตามจุดประสงค์ก่อน
ก่อนจะดูยี่ห้อ ลองถามตัวเองก่อนว่าอยากได้ขนมไว้ทำอะไร ถ้าจะใช้ฝึกหรือให้รางวัลบ่อย ๆ ให้มองหาแบบแท่งนิ่มที่ฉีกแบ่งง่ายอย่าง JerHigh หรือ Schmackos จะสะดวกกว่า แต่ถ้าห่วงเรื่องสุขภาพช่องปาก ขนมขัดฟันอย่าง Dentastix หรือ DOG’n joy Dentcare จะตอบโจทย์กว่า เพราะออกแบบเนื้อสัมผัสและรูปทรงมาช่วยลดคราบหินปูนโดยเฉพาะ ส่วนใครที่อยากให้น้องขนสวยเงางาม ก็เลือกสูตรที่มีโอเมก้าอย่าง SmartHeart
ที่สำคัญคืออย่าใช้ขนมแทนมื้อหลักนะ ขนมเป็นแค่ของแถมความสุข ให้พอประมาณก็พอ
ดูส่วนผสมและขนาดให้เหมาะกับน้อง
พลิกซองดูส่วนผสมสักนิดก่อนจ่ายเงินจะช่วยได้เยอะเลย เลือกตัวที่ระบุเนื้อสัตว์เป็นส่วนผสมหลัก โปรตีนดี ไขมันไม่สูงเกินไป และเลี่ยงสูตรที่หวานจัดหรือใส่สีเยอะ ๆ โดยเฉพาะถ้าน้องเริ่มมีน้ำหนักเกิน
อีกเรื่องที่คนมักลืมคือขนาดของขนมกับขนาดตัวน้อง หมาพันธุ์เล็กถ้าได้ขนมแท่งใหญ่ ๆ จะเคี้ยวลำบาก ส่วนหมาพันธุ์ใหญ่ถ้าได้ชิ้นเล็กก็กลืนทีเดียวหมด ไม่ได้ประโยชน์เรื่องขัดฟัน หลายแบรนด์เลยทำแยกไซส์ตามพันธุ์มาให้แล้ว เลือกให้ตรงจะคุ้มกว่า
ลองให้ทีละนิดแล้วสังเกตอาการ
เวลาเปลี่ยนขนมยี่ห้อใหม่ แนะนำให้เริ่มจากปริมาณน้อย ๆ ก่อน แล้วดูว่าน้องมีอาการท้องเสียหรือคันผิวไหม เพราะน้องหมาบางตัวก็แพ้วัตถุดิบบางอย่างได้เหมือนคน ถ้าให้แล้วร่าเริงดี อึปกติ ขนไม่ร่วงผิดปกติ ก็ให้ต่อได้สบายใจ แต่ถ้ามีอาการแปลก ๆ ให้หยุดแล้วลองเปลี่ยนสูตร
สรุป
ขนมสุนัขทั้ง 5 ยี่ห้อนี้ต่างก็มีจุดเด่นของตัวเอง ถ้าเน้นขัดฟันเป็นกิจวัตรก็ Pedigree Dentastix ถ้าอยากได้ของให้รางวัลราคาเบา ๆ ก็ JerHigh Stick สายเนื้อจริงเลือก Schmackos ห่วงเรื่องขนเลือก SmartHeart ส่วนใครอยากลองขนมขัดฟันแบรนด์ไทยงบประหยัดก็ DOG’n joy Dentcare บอกเลยว่าไม่มีตัวไหนดีกว่ากันแบบตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าน้องที่บ้านต้องการอะไรและเจ้าของสะดวกแบบไหน ลองเลือกให้ตรงจุดแล้วน้องหมาจะมีความสุขแน่นอน
คำถามที่พบบ่อย
ขนมสุนัขให้กินได้วันละกี่ชิ้น ถึงจะไม่อ้วน?
หลักง่าย ๆ คือขนมไม่ควรเกิน 10% ของพลังงานที่น้องหมาควรได้รับต่อวันค่ะ ส่วนที่เหลือให้มาจากอาหารมื้อหลัก ถ้าเป็นขนมแท่งนิ่มหรือขนมขัดฟันก็ประมาณวันละ 1-2 ชิ้นกำลังดี ปรับตามขนาดตัวน้องด้วยนะ ตัวเล็กให้น้อยลงหน่อย
ลูกสุนัขอายุน้อยกินขนมสุนัขได้ไหม?
ส่วนใหญ่แนะนำให้เริ่มได้ตอนอายุ 3 เดือนขึ้นไป และควรเลือกสูตรที่ระบุว่าเหมาะกับลูกสุนัขโดยเฉพาะ เนื้อจะนิ่มเคี้ยวง่ายกว่า ส่วนขนมขัดฟันแบบแข็งควรรอให้ฟันแท้ขึ้นครบและตัวโตขึ้นอีกนิดก่อนนะ จะปลอดภัยกว่า
ขนมขัดฟันใช้แทนการแปรงฟันได้เลยไหม?
ขนมขัดฟันช่วยลดคราบและหินปูนได้ระดับหนึ่งเลย แต่ยังแทนการแปรงฟันไม่ได้ทั้งหมดนะ ทางที่ดีคือใช้ควบคู่กัน ให้ขนมขัดฟันเป็นตัวเสริมระหว่างวัน แล้วแปรงฟันให้น้องหมาอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ฟันก็จะสะอาดอยู่ได้นานขึ้น