ขนมขัดขนแมว/หญ้าแมว 5 ยี่ห้อ ตัวช่วยลดก้อนขนให้น้องแมว เลือกแบบไหนดี
ตารางเปรียบเทียบ
| อันดับ | ผลิตภัณฑ์ | ราคา | เหมาะกับ | |
|---|---|---|---|---|
| #1 | Bioline หญ้าแมวแบบเจล สูตร Hairball Solution Cat Grass 100g | ฿120 | ทาสแมวที่เลี้ยงแมวขนยาวและน้องไม่ยอมแทะหญ้าสด อยากได้ตัวช่วยป้อนง่ายแบบเจล | ดูราคา |
| #2 | Monchou มองชู ขนมแมวสูตรช่วยลดก้อนขน | ฿49 | คนที่อยากได้ขนมแบรนด์ไทยราคาเป็นมิตร ให้น้องกินเพลิน ๆ พร้อมเสริมใยอาหารเล็กน้อย | ดูราคา |
| #3 | Skisopgo หญ้าแมวฟรีซดรายอัดเม็ด สูตรต้นอ่อนข้าวสาลี | ฿59 | บ้านที่เลี้ยงแมวหลายตัวและอยากได้หญ้าแมวเก็บง่าย ราคาประหยัด ไม่ต้องเพาะหญ้าสดเอง | ดูราคา |
| #4 | Catster Play ขนมแมวฟรีซดราย ผสมหญ้าแมว เนื้อไก่ | ฿65 | ใครที่อยากได้ขนมรางวัลที่อร่อยถูกใจน้อง แถมแอบเสริมหญ้าแมวให้นิดหน่อย | ดูราคา |
| #5 | Xtreme หญ้าแมวเพาะปลูกเอง พร้อมเมล็ดและดิน | ฿45 | สาย DIY ที่ชอบปลูกเองและอยากให้น้องได้แทะหญ้าสดสด ไม่รีบใช้ | ดูราคา |
* ราคาเป็นราคาโดยประมาณ อาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบราคาล่าสุดที่หน้าร้านค้าก่อนสั่งซื้อ
รายละเอียดแต่ละยี่ห้อ
Monchou มองชู ขนมแมวสูตรช่วยลดก้อนขน
Skisopgo หญ้าแมวฟรีซดรายอัดเม็ด สูตรต้นอ่อนข้าวสาลี
Catster Play ขนมแมวฟรีซดราย ผสมหญ้าแมว เนื้อไก่
Xtreme หญ้าแมวเพาะปลูกเอง พร้อมเมล็ดและดิน
บอกเลยว่าใครเลี้ยงแมวขนยาวต้องเคยเจอ น้องคายก้อนขนเป็นก้อน ๆ ตามพื้นบ้าน หรือบางทีก็อ้วกออกมาให้ใจหายเล่น ๆ ตอนเช้า ปัญหาก้อนขนเป็นเรื่องปกติของน้องแมวที่เลียขนตัวเองทุกวัน และตัวช่วยยอดฮิตที่ทาสแมวหันมาใช้กันก็คือหญ้าแมวและขนมขัดขน ที่ช่วยเสริมใยอาหารให้ก้อนขนเคลื่อนผ่านลำไส้ได้ง่ายขึ้น
แต่พอไปเดินดูในร้านหรือเลื่อนดูในแอป ก็จะเจอเต็มไปหมด ทั้งแบบสด แบบอัดเม็ด แบบเจล จนเลือกไม่ถูกว่าแบบไหนเหมาะกับน้องที่บ้าน เราเลยรวบรวม 5 ยี่ห้อที่หาซื้อได้จริงในไทยมาให้ดู พร้อมข้อดีข้อเสียแบบตรงไปตรงมา จะได้เลือกง่ายขึ้นนะ
หญ้าแมวมีกี่แบบ เลือกแบบไหนให้เข้ากับน้อง
หญ้าแมวที่ขายกันในไทยหลัก ๆ มีสามแบบ แบบแรกคือหญ้าสดที่ปลูกเอง น้องได้แทะใบสดตามธรรมชาติ แต่ต้องเพาะปลูกและรดน้ำดูแล แบบที่สองคือฟรีซดรายอัดเม็ด เก็บง่ายหยิบใช้สะดวก ไม่ต้องปลูก เหมาะกับคนที่ไม่มีเวลา และแบบที่สามคือเจลหรือขนมขัดขน ที่ป้อนง่ายและมักผสมรสที่น้องชอบ
ที่สำคัญคือดูนิสัยน้องเป็นหลัก ถ้าน้องชอบแทะใบไม้อยู่แล้วก็ลองหญ้าสดได้เลย แต่ถ้าน้องเป็นสายเรื่องมากไม่ยอมแตะหญ้า การเริ่มจากแบบเจลหรือแบบผสมเนื้อไก่จะหลอกล่อได้ง่ายกว่า
ดูส่วนผสมและรูปแบบให้เหมาะกับวัยของน้อง
ใครที่เลี้ยงน้องแมวเด็กหรือแมวสูงวัยที่ฟันไม่ค่อยแข็งแรง ควรเลี่ยงเม็ดที่แข็งเกินไป แล้วเลือกแบบเจลหรือแบบนุ่มที่เคี้ยวง่ายแทน ส่วนน้องวัยรุ่นที่ฟันดีจะแทะแบบอัดเม็ดหรือหญ้าสดได้สบาย
เรื่องส่วนผสมก็ลองอ่านฉลากนิดนึง ถ้าเป็นต้นอ่อนข้าวสาลีหรือข้าวบาร์เลย์ล้วนจะเน้นใยอาหาร ส่วนแบบที่ผสมเนื้อไก่หรือปลาจะเน้นความอร่อยให้น้องกินง่ายขึ้น เลือกให้ตรงกับสิ่งที่น้องต้องการ จะช่วยให้น้องยอมกินและได้ประโยชน์จริง
ให้ปริมาณพอดี อย่าหักโหม
หญ้าแมวและขนมขัดขนเป็นของเสริม ไม่ใช่อาหารหลัก ดังนั้นให้แค่ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็เพียงพอ ช่วงแรกแนะนำให้ทีละน้อยแล้วสังเกตว่าน้องถ่ายปกติดีไหม ถ้าน้องชอบและร่างกายรับได้ดีค่อยปรับเพิ่มทีหลัง การให้พอดีจะดีกว่าการให้เยอะ ๆ ในครั้งเดียว
สรุป
ทั้ง 5 ยี่ห้อที่รวมมาให้ ต่างก็มีจุดเด่นต่างกัน ใครอยากได้ตัวช่วยป้อนง่ายแบบเจลก็เลือก Bioline ใครอยากได้ขนมแบรนด์ไทยราคาเป็นมิตรก็มี Monchou สายประหยัดเลี้ยงหลายตัวลองหญ้าฟรีซดราย Skisopgo ส่วนใครอยากได้ขนมรางวัลผสมหญ้าก็มี Catster Play และสาย DIY ที่ชอบปลูกเองก็มีชุดหญ้าสดของ Xtreme ลองเลือกให้เข้ากับนิสัยและวัยของน้องที่บ้าน แล้วค่อย ๆ สังเกตว่าน้องชอบแบบไหน รับรองว่าทั้งน้องและทาสแมวจะแฮปปี้ขึ้นเยอะเลย
คำถามที่พบบ่อย
หญ้าแมวกับขนมขัดขนแมว ต่างกันยังไง ต้องให้แบบไหน
หญ้าแมวคือต้นอ่อนข้าวสาลีหรือข้าวบาร์เลย์ที่ให้ใยอาหาร ช่วยให้น้องคายก้อนขนหรือขับออกทางอุจจาระได้ง่ายขึ้น มีทั้งแบบสดที่ปลูกเองและแบบฟรีซดรายอัดเม็ด ส่วนขนมขัดขนมักเป็นขนมหรือเจลที่ผสมใยอาหารและน้ำมัน เน้นป้อนง่ายและน้องชอบกิน เลือกแบบไหนก็ได้ตามนิสัยน้อง บางบ้านให้ทั้งสองอย่างสลับกันก็ได้นะ
ให้หญ้าแมวบ่อยแค่ไหน ให้ทุกวันได้ไหม
ส่วนใหญ่ให้เป็นของกินเสริม ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ก็พอ ไม่จำเป็นต้องให้ทุกวัน เพราะหญ้าแมวเป็นตัวช่วยเรื่องใยอาหารและก้อนขน ไม่ใช่อาหารหลัก ช่วงแรกลองให้ทีละน้อยแล้วดูว่าน้องถ่ายปกติดีไหม ถ้าน้องชอบมากก็ค่อย ๆ ปรับได้ แต่ไม่ต้องให้เยอะเกินไปในครั้งเดียว
แมวไม่ยอมแทะหญ้าแมวเลย ทำยังไงดี
ลองเปลี่ยนรูปแบบดูก่อนค่ะ ถ้าน้องไม่แทะหญ้าสด ลองเป็นแบบฟรีซดรายอัดเม็ดหรือแบบเจลที่ป้ายผสมอาหารได้ บางตัวชอบกลิ่นไก่หรือปลามากกว่ากลิ่นหญ้าล้วน ๆ ก็เลือกสูตรที่ผสมเนื้อ ค่อย ๆ ป้อนทีละนิดให้น้องคุ้นกลิ่นก่อน ถ้ายังไม่กินจริง ๆ ก็ไม่ต้องฝืน เพราะแมวแต่ละตัวชอบไม่เหมือนกัน